อาการท้องผูก ใครว่าแก้ไม่ได้ (ตอนสอง)

หลังจากที่พรรณนาให้ฟังกันคร่าวๆ ถึงผลร้ายของ อาการท้องผูก เมื่อคราวที่แล้ว ก็ได้เวลาที่เราจะมาเฉลยให้ทุกท่านทราบแล้วหละคะ ว่าเราจะจัดการกับเจ้า อาการท้องผูก ที่ว่านี้ได้อย่างไรกันบ้าง

การรักษา อาการท้องผูก

สำหรับการรักษา อาการท้องผูก เรื้อรัง ผู้ป่วยควรสำรวจให้แน่ชัดถึงปัญหาที่ต้นเหตุ แล้วแก้ให้ถูกจุด ทั้งนี้ผู้ป่วยโดยมากจะมีอาการหลายๆอย่างปะปนกันไป รวมถึงสาเหตุของปัญหาที่มักประกอบด้วยหลายปัจจัยด้วยกัน ด้วยเหตุนี้ความสำคัญของการรักษาจึงต้องขึ้นอยู่กับตัวผู้ป่วยเองว่าจะสามารถปรับวิถีชีวิตเพื่อการรักษาตนเองได้มากเพียงใด ดังหลักการง่ายๆในการเปลี่ยนการดำเนินชีวิตประจำวันได้แก่

การดื่มน้ำจะช่วยลด อาการท้องผูก1)      ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร หรือ 6 แก้ว

ให้พอเพียงต่อความต้องการของร่างกาย ทั้งนี้การดื่มน้ำจะช่วยให้มีอุจาระมีลักษณะอ่อนนิ่ม สามารถเคลื่อนที่ในลำไส้ได้อย่างไม่ลำบาก ทำให้ อาการท้องผูก หายไปโดยปริยาย

2)      ทานอาหารที่อุดมด้วยกากใย ไฟเบอร์

โดยเฉพาะไฟเบอร์ที่ละลายในน้ำได้เช่น Chia Seeds, Oat bran, Flax seeds, ลูกพรุน, แอปเปิ้ล, ข้าวกล้อง, เมล็ดแมงลัก   เพราะหล้งจากผ่านการย่อยแล้วอาหารจำพวกนี้จะผันตัวมาเป็นมวลของอุจจาระ ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย ทำให้ไม่เกิด อาการท้องผูก

3)      ทานอาหารที่มี Prebiotics หรือ คาร์โบไฮเดรต จำพวก Oligosaccharide

ซึ่งเป็นอาหารที่จะกลายมาเป็นอาหารของจุลินทรีย์ในลำไส้อีกที ได้แก่ อาหารที่มีอินนูลินสูงเช่น แก่นตะวัน หรือ แก่นจันทร์ หอมหัวใหญ่ หรือกระเทียม เป็นต้น อาหารเหล่านี้จะช่วยให้จุลินทรีย์ดีสามารถเจริญเติบโต ป้องกันการขยายพันธุ์ของจุลินทรีย์ไม่ดีในลำไส้ ช่วยในการขับเคลื่อนมวลของเสียออกจากร่างกาย และป้องกัน อาการท้องผูก คะ

4)     กากใยช่วยลด อาการท้องผูก ทานอาหารที่มี Probiotics หรือ จุลินทรีย์ที่ดีสูง

จะพบได้ในโยเกิร์ตรสธรรมดา (เนื่องจากโยเกิร์ตรสผลไม้มีการเติมน้ำตาลซึ่งเป็นอาหารของจุลินทรีย์ไม่ดี) อาหารหมักดองเช่น กิมจิ ผักกาดดองเค็มที่ไม่มีสารพิษกันบูด หรือน้ำส้ม Citric Acid เจือปนอยู่ เพราะสารพิษเหล่านี้จะทำลายจุลินทรีย์ดี ซึ่งมีอยู่ในอาหารหมักดอง ดื่มน้ำหมักต่างๆ แต่ต้องแน่ใจว่าน้ำหมักนั้นผ่านวิธีการผลิตที่มีคุณภาพ และไม่มีสารพิษเจือปนอย่างอื่น ทั้งนี้ probiotics เป็นจุลินทรีย์ดีที่ไม่เพียงแต่ช่วยในการขับถ่ายของเสีย ป้องกันการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ไม่ดี อีกทั้งยังช่วยในการผลิตและดูดซึมวิตามิน B12 และวิตามิน K อีกด้วย สำหรับผู้ที่มีอาการเรื้อรังมานาน ควรรับประทาน probiotics ชนิดเม็ดซึ่งมีจำหน่ายตามร้านค้าอาหารเสริมทั่วไป

5)      ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากการออกกำลังกายจะทำให้ผู้เป็นโรคท้องผูกมีอาการผ่อนคลาย หายเครียดแล้ว ยังช่วยให้ลำไส้ได้เคลื่อนที่ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณลำไส้มีความแข็งแรง สามารถเคลื่อนตัวเพื่อขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายได้ดียิ่งขี้นจึงป้องกัน อาการท้องผูก ค่ะ

6)      ลดอาหารที่ทำให้จุลินทรีย์ที่ไม่ดีแพร่พันธุ์มากขี้น

อาหารจำพวกนี้ได้แก่อาหารที่มีน้ำตาลสูง ทั้งน้ำตาลที่ให้ความหวาน รวมถึงอาหารที่เมื่อผ่านการย่อยแล้วกลายเป็นน้ำตาลเชิงเดียวเข่น ขนมปังสีขาว แป้ง ข้าวขาว เป็นต้น การลดรับประทานอาหารพวกนี้จะทำให้จุลินทรีย์ที่ไม่ดีต่างๆ มีการเจริญเติบโตที่ลดลง ในขณะเดียวกันก็ยังเพิ่มให้จุลินทรีย์ดีเจริญเติบโตได้ดีขี้นอีกด้วย ส่งผลให้ผู้ที่มี อาการท้องผูก เรื้อรังสามารถขับถ่ายได้เป็นปกติมากยิ่งขี้น

7)      เคี้ยวอาหารให้ละเอียด

นอกจากที่จะช่วยให้กระเพาะอาหารทำงานได้น้อยลงแล้ว ยังทำให้กรดกระเพาะอาหารหลั่งออกมาได้ดีขึ้น ส่งผลให้น้ำดีและเอนไซม์ หลั่งออกมาช่วยกระตุ้นการขับถ่ายในลำไส้ และ อาการท้องผูก ลดลงอีกด้วยอาหารที่ช่วยลด อาการท้องผูก

8)      ทานอาหารที่อุดมด้วย Magnesium และ วิตามินซี

สารทั้งสองอย่างนี้จะดูดน้ำเข้าสู่ก่อนอุจจาระ ทำให้ก้อนอุจจาระนิ่มอ่อนตัวลง ผู้ป่วยท้องผูก จึงจะสามารถขับถ่ายได้เป็นปกติยิ่งขี้น

9)      ทานน้ำคั้นผักสดที่มีสาร Chlorophyll

ซึ่งนอกจากจะประกอบด้วยธาตุ Magnesium ตามธรรมชาติแล้ว ยังสามารถช่วยลดความร้อนของตับ ซึ่งตามศาสตร์การแพทย์แผนจีนถือว่าเมื่อตับหายร้อนแล้วจะทำให้ลำไส้ใหญ่ไม่แห้ง และช่วยในการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย

10)   ทำจิตใจให้ร่าเริง เบิกบาน สงบอยู่เสมอ

ควรเรียนรู้ที่จะปล่อยวางสิ่งที่เกิดขี้นในอดีต และอยู่กับปัจจุบันให้มาก อย่าคิดมาก กังวล อาจฝึกนั่งสมาธิเพื่อความผ่อนคลาย หรือ ออกกำลังกาย ไปเที่ยว ทำกิจกรรมสันทนาการต่างๆที่ชอบ ซึ่งนอกจากจะคลายความกังวลแล้ว ยังช่วยทำให้จิตใจสงบ ไม่ว้าวุ่น ส่งผลให้ระบบทางเดินอาหารทำงานเป็นปกติ และ สุดท้าย อาการท้องผูก เจ้าปัญหาก็จะหายไปคะ

เป็นอย่างไรกับนบ้างค่ะ สำหรับ 10 เคล็ดไม่ลับรักษา อาการท้องผูก นอกจากการปรับวิถีชีวิตที่ว่านี้แล้วสำหรับท่านที่มี อาการท้องผูก เรื้อรังมานาน และมีอาการรุนแรง ควรลองทำการสวนล้างลำไส้ หรือ Colon Hydro Therapy ซึ่งจะช่วยทำความสะอาดลำไส้ และกำจัดคราบของเสียที่หมักหมมอยู่เป็นเวลานาน หลังจากที่อาการดีขี้นควรให้ความสำคัญกับการทำ Detox ตับ เพื่อชำระล้างสารพิษตกค้างอยู่ในร่างกายออกไปด้วยอีกเช่นกันคะ

Leave a reply