logo

Contact Us

    • 05 DEC 16
    • 0
    เมื่อฉันมีลำไส้รั่ว (Leaky Gut Syndrome)

    เมื่อฉันมีลำไส้รั่ว (Leaky Gut Syndrome)

    คุณแพน (นามสมมติ)เป็นคนไข้หญิง อายุ 30 ปี รูปร่างโปร่ง เธอมีอาการของโรคภูมิแพ้เรื้อรังมาแต่เด็ก ลำไส้ทำงานไม่สู้ดีนัก ท้องอืดเฟ้อตลอดเวลา การขับถ่ายไม่สม่ำเสมอ และที่สำคัญคือได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์แผนปัจจุบันว่ามีอาการของโรคภูมิแพ้ตัวเอง (Autoimmune) จากนั้นเป็นต้นมา การทานยาถ่าย กลายเป็นวิถีชีวิตประจำวันที่เลี่ยงไม่ได้ ประกอบกับการทานอาหารขนมขบเคี้ยว ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะการดำเนินชีวิตใดๆร่วมด้วย ทำให้อาการของเธอไม่ดีขึ้น หลายครั้งเมื่ออาการภูมิแพ้ตัวเองกำเริบ จะทำให้เธอปวดตามข้อต่างๆ ปวดชาตามกล้ามเนื้อ อ่อนเพลียไม่มีแรง แรกๆเธอก็บรรเทาด้วยยาแก้ปวด แต่ต่อมาเธอต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ต้องฉีดยาเสตียรอยด์ บรรเทาการเอักเสบ ปวด บวม แดง เธอต้องหยุดงานบ่อย ครั้งละอาทิตย์สองอาทิตย์เพื่อพักฟื้น การรักษาเช่นนี้กลายเป็นวงจรต่อเนื่องกันมาหลายปี และแต่ละครั้งปริมาณของยาก็เพิ่มขี้นเรื่อยๆ กระทั่งคนรู้จักได้แนะนำให้คุณแพนมาพบกับเราที่คลีนิก หลังจากทำการวินิจฉัยแล้ว อาจารย์ลำดวน สรุปว่าคุณแพนมีปัญหาลำไส้รั่ว หรือ Leaky Gut Syndrome ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาการแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง และ อีกหลายๆปัญหาที่ตามมา *

    ลำไส้รั่ว Leaky Gut Syndrome

    Leaky Gut Syndrome หรือ อาการลำไส้รั่ว ไม่ได้เป็นอาการที่แพทย์แผนปัจจุบันให้ความใส่ใจมากนัก หากแต่ในการแพทย์แนวธรรมชาติบำบัด Functional Medicine กลับเป็นอาการที่เป็นหนึ่งในสาเหตุของโรคร้ายหลายชนิด ที่สำคัญได้แก่โรคภูมิแพ้ หรือ กลุ่มอาการแพ้ภูมิต้านทานตนเอง (Auto-Immune Disease)ทั้งนี้อาการดังกล่าวไม่ได้อยู่ๆก็เกิดขี้นเอง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกรรมพันธุ์ที่ระบุว่าคนไข้มีความเสี่ยงที่สูงกว่าผู้อื่นหากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดโรค นอกจากนี้พฤติกรรมการดำเนินชีวิต ที่เต็มไปด้วยความเครียด ความรีบเร่ง ตลอดจน การไม่ใส่ใจต่อสิ่งที่ทาน รวมทั้งการละเลยความสำคัญของการขับถ่ายก็เป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยในการเกิดอาการเหล่านี้อีกด้วย

    Leaky Gut Syndrome ลำไส้รั่ว

     

    ทั้งนี้ในแง่กายภาพแล้วหลายท่านอาจะเป็น Leaky Gut โดยไม่ได้มีอาการใดที่แสดงออกมาว่าเป็น Leaky Gut เลย ในกรณีของผู้ป่วยที่เป็นไม่มาก อาจแทบสังเกตไม่เห็น กระทั่งเป็นมากขี้นเท่านั้นเองที่ถึงจะสามารถสังเกตได้ชัดมากขี้น

    อาการ Leaky Gut หรือลำไส้รั่ว เกิดจากการที่ผนังของลำไส้เล็กเกิดอาการที่คล้ายเป็นรูพรุนและดูดซึมเอาสารพิษเข้าไปในร่างกาย ซึ่งผิดไปจากปกติที่เซลล์ของผิวลำไส้เล็กจะมีลักษณะพิเศษซึ่งนั่งคือสามารถกันเอาของเสีย สารอาหารที่ถูกย่อยไม่สมบูรณ์ ตลอดจนกากอาหาร แบคทีเรีย ยีสต์ สารพิษต่างๆ ที่คั่งค้างอยู่ในลำไส้ไม่ให้ถูกดูดซึมเข้าไปสู่เซลล์ชั้นในก่อนที่จะถูกส่งผ่านกระแสเลือดไปยังส่วนต่างๆของร่างกายได้ การทำงานนี้ของผนังเซลล์นี้จึงช่วยป้องกันสิ่งแปลกปลอมหลุดรอดผ่านผนังเซลล์ (Intestinal Permeability) หากแต่เมื่อลำไส้เกิดอาการอักเสบอยู่บ่อยๆเข้าจนเรื้อรัง ทำให้ความสมารถดังกล่าวลดลง และผลสุดท้ายคือการที่กากอาหารรวมทั้งของเสียต่างๆที่ค้างอยู่ในลำไส้สามารถถูกดูดซึมเข้าไปทางลำไส้ด้วย เพราะความสามารถในการจำแนกสารอาหารออกจากของเสียที่เซลล์ผนังลำไส้ได้บกพร่องลงเสียแล้ว

    เมื่อเหตุการเหล่านี้เกิดบ่อยๆเข้า ของเสียที่ควรจะถูกขับออกจากร่างกาย จึงไม่ถูกขับออก กลับกลายเป็นของเสียที่วนเวียนอยู่ในร่างกายอีกครั้งหนึ่ง และไปก่อความปั่นป่วนในการทำงานของเซลล์ในระบบอื่นๆ อาการที่เราสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนของผู้ที่เป็นโรคนี้คืออาการของโรคภูมิแพ้ ในรายที่เป็นหนักเข้า จึงกลายเป็นโรคแพ้ภูมิคุ้มกันตนเองเป็นต้น

    ความสัมพันธ์ของโรคแพ้ภูมิคุ้มกันตนเองและอาการลำไส้รั่ว

    เมื่อของเสียได้ถูกดูดซึมเข้าไปสู่ร่างกายแล้ว ทำให้ระบบภูมิต้านทานซึ่งจะเป็นตัวที่ไปทำลายเชื้อโรคที่แปลกปลอมเข้ามาจะถูกกระตุ้น แต่เพราะของเสียเหล่านี้ไม่ใช่เชื้อโรค แต่เซลล์เม็ดเลือดขาวกลับถูกกระตุ้นให้ทำงาน ทำให้เกิดอาการที่เซลล์เม็ดเลือดขาวพยายามทำลายเซลล์ดังกล่าว เมื่อทำลายไม่ได้ จึงเกิดเป็นอาการอักเสบเรื้อรังมากยิ่งขี้นเกิดเป็นเป็นปัญหาอื่นๆตามมาขี้นอยู่กับจุดที่ภูมิต้านทานพบกับของเสียที่หลุดเข้ามานั่นเอง

    อาการของโรคภูมิแพ้ตนเอง

     

    • หากบริเวณที่พบกันอยู่ที่เนื้อเยื่อปลายประสาทที่หุ้มข้อกระดูก จะทำให้เกิดโรคที่เรียกว่า Multiple Sclerosis (MS) ผู้ป่วยจะมีอาการปวดข้อ ปวดกระดูก หากเป็นหนักอาจถึงขี้นไม่สามารถขยับตัวได้ ต้องนอนอยู่กับที่

     

    • หากบริเวณที่พบอยู่ที่เนื้อเยื่อเซลล์ผนังลำไส้ นั่นคืออาการของโรค Celiac Disease ซึ่งผู้ป่วยจำเป็นต้องทานอาหารที่ปราศจากสาร Gluten ซึ่งพบในแป้ง หรือขนมปัง ไปตลอดชีวิต

     

    • หากพบที่ตับอ่อนจะทำให้เกิดโรคเบาหวานแบบที่หนึ่ง นั่นคือเป็นโรคเบาหวานที่เป็นมาแต่กำเนิด เนื่องจากเซลล์ที่สร้างอินซุลินที่ตับอ่อนถูกทำลาย ทำให้ไม่สามารถผลิตอินซูลินออกมาได้

     

    • หากพบในลำไส้ จะเกิดเป็นโรค Crohn’s Disease ซึ่งเป็นอาการอักเสบเรื้อรังของลำไส้ ผู้ป่วยจะอยู่ในภาวะปวดบีบท้องอย่างหนัก ไม่สามารถทานอาหารได้

     

    • หากพบที่ต่อมไทรอยด์ จะเกิดเป็นโรค Hashimoto Thyroiditis Disease ซึ่งเป็นภาวะอักเสบของต่อมไทรอยด์ ทำให้บวมน้ำ อ่อนเพลีย การทำงานของระบบฮอร์โมนบกพร่อง

     

    • หากพบที่ไขข้อ ทำให้เกิดอาการไขข้ออักเสบรูมาตอยด์ ซึ่งผู้ป่วยจำเป็นต้องดูแลอาหารอย่างเข้มงวด

     

    สาเหตุของอาการ Leaky Gut

    แบคทีเรียที่ดีและไม่ดีในลำไส้

    จากการศึกษาเกี่ยวกับอาการลำไส้รั่วพบว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุที่สำคัญของลำไส้รั่ว

    • อาหารหลายชนิดเป็นสิ่งที่เร่งทำให้เกิดอาการอักเสบของผนังลำไส้ เช่น  gluten ที่พบในขนมปัง แป้ง ทั่วไป ตลอดจนข้าวเหนียว รวมทั้งการบริโภคน้ำตาลเกินขนาด หรือ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ รวมถึงอาหาร fast food ทั้งหลาย รวมทั้งอาหารที่ผ่านกระบวนการการผลิต ซึ่งทำให้โมเลกุลของอาหารผิดแปลกไปจากธรรมชาติ

     

    • ยา ยาหลายชนิดทำให้เกิดลำไส้รั่วมากขี้น เช่นยาเสตียรอยด์ ยาปฏิชีวนะ ยาลดกรดในกระเพาะ รวมทั้งยาแก้ปวดข้อปวดเข่า ตลอดจนยาที่มีสาร Gluten เป็นส่วนประกอบ

     

    • การติดเชื้อ การติดเชื้อ H. Pylori ซึ่งเป็นแบคทีเรียในกระเพาะ เป็นสาเหตุหนึ่งทั่ทำให้เกิดโรคกระเพาะและลำไส้รั่ว นอกจากนี้ การเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ไมีดี ยีสต์ หรือ พยาธิ และไวรัสในลำไส้ ก็มีส่วนทำให้ลำไส้รั่วมีอาการมากขี้น

     

    • ความเครียด อาการเครียดเรื้อรังจะทำให้ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดหลั่ง และทำให้ประสิทธิภายดาการทำงานของผนังลำไส้ลดลง จึงทำให้อาการลำไส้รั่วมีมากขี้น

     

    • การขาดวิตามิน D วิตามินดี เป็นวิตามินที่นอกจากจะช่วยให้สุขภาพดีแล้ว ยังเป็นสารที่ทำให้ผนังลำไส้ทำงานอย่างเป็นปกติ

     

    • สารพิษรอบตัวและสภาพแวดล้อม ทั่งนี้สารพิษต่างๆส่งผลทำให้การทำงานในการป้องกันการดูดซึมของเสียเข้าสู่ร่างกายที่ลำไส้ด้อยลง ทั้งนี้ หากเรามีสารต้านอนุมูลอิสระเช่น Glutathione ที่เพียงพอ ก็จะช่วยทำให้สารพิษไม่สามารถทำร้ายเซลล์ที่ผนังลำไส้ลงไปได้

     

    • กรรมพันธุ์ ถือว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยวของการเป็นโรคภูมิต้านทานแพ้ตนเอง ทั้งนี้ก็ต้องขี้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมความเสี่ยงร่วมด้วย

     

    การปฏิบัติตนของผู้ป่วยที่เป็นลำไส้รั่วหรือ Leaky Gut Syndrome

    อาหารสำหรับลำไส้รั่ว

    ลำไส้รั่ว (Leaky Gut Syndrome)  สามารถรักษาให้ดีขี้นได้โดยมีหลักการสำคัญคือการเลี่ยงไม่ให้มีอาการอักเสบเกิดขึ้นที่ผนังลำไส้ให้มากที่สุด นอกจากนี้เซลล์ที่ผนังลำไส้จะมีการสร้างขี้นใหม่ทุกๆ 5-7 วัน ฉะนั้น อาการลำไส้รั่วดังกล่าวจึงไม่ได้เป็นอาการที่เกิดขี้นถาวร และผู้ป่วยต้องให้ความสำคัญกับการดูแลตนเองอยู่อย่างสม่ำเสมอนั่นเอง

    • งด เลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดอาการอักเสบในลำไส้ เช่น อาหารที่ผ่านการแปรรูป และกระบวนการต่างๆ งดแป้ง ขนมปัง นม ขนมหวาน เบเกอรี่ ไข่ น้ำตาล กาแฟและ แอลกอฮอล์ นอกจากนี้ ยังควรมีการตรวจสอบภูมิแพ้อาหารแฝง และเลี่ยงอาหารต่างๆตามที่ได้ระบุไว้จากผลของการตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง (ผู้ป่วยหลายท่านอาจแพ้ข้าว ให้เลือกทานข้าวกล้องงอกแทน)

     

    • เพิ่ม ทานอาหารที่มีคุณภาพ เน้นการทานอาหารสด ผักสด ผลไม้ พิถีพิถันในการเลือกทานอาหาร ควรเลือกอาหารที่ปลอดภัยจากสารพิษตกค้าง หรือ เลี่ยงอาหารที่เป็น GMO หากทานอาหารจำพวกเมล็ดธัญพืช ควรแช่น้ำเพื่อทำการเพาะงอกก่อนรับประทาน นอกจากนี้ควรเน้นการทานอาหารที่มีแบคทีเรียที่ดี เช่นโยเกิร์ต น้ำโพรไบโอติก คอมบุชา คีเฟอร์ กิมจิ และอื่นๆเป็นต้น ทั้งนี้ ต้องตรวจสอบดูให้แน่ใจว่าอาหารหมักดองที่ว่าไม่มีส่วนผสมของสารปรุงแต่งสี กลิ่น รส และสารกันเสีย เนื่องจากสารเหล่านี้อาจไปทำลายแบคทีเรียดีได้

     

    • เติม เพิ่มสารอาหารเสริมที่จำเป็น การอักเสบที่เกิดขี้นเนื่องจากลำไส้รั่วจะส่งผลให้การทำงานของผนังลำไส้ไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร การรักษาจึงต้องการสารอาหารที่จำเป็นซึ่งช่วยลำไส้ได้มากขี้นกว่าเดิม เช่นการรับประทาน อะมิโนแอซิดบางพวกที่ช่วยให้ลำไส้ฟื้นฟูตังได้เร็ว หรือโพรไบโอติกซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ดี เป็นต้น

     

    ทั้งนี้ ระยะเวลาการรักษาผู้ป่วยในแต่ละคน จะขึ้นอยูกับความรุนแรงของอาการปวด ตลอดจนการวินิจฉัยโรคถึงความซับซ้อนของอาการ และเหตุปัจจัยต่างๆ กระนั้นก็ตามผู้ป่วยไม่ควรหมดหวัง และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

    สำหรับคุณแพน หลังจากที่ได้เข้ามาปรึกษาที่คลีนิก และพยายามปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์แล้ว อาการของคุณแพนก็ดีขี้นจนคนรอบข้างเห็นได้ชัด คุณแพนเข้ามารับการรักษากับเราเป็นเวลาปีกว่าเกือบสองปี อาการต่างๆจึงหายไป จากนั้น คุณแพนได้แนะนำคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคคล้ายคลึงกันมาให้เราช่วยดูแลอีกหลายครั้ง

    * ข้อมูลคนไข้และการรักษานำมาจากประสบการณ์จริงของคนไข้ที่คลีนิก

     

    เอกสารอ้างอิงเชิงวิชาการ

     

    Arrieta, M. C. (2006). Alterations in intestinal permeability. Gut, 55(10), 1512-1520. doi:10.1136/gut.2005.085373

     

    Bischoff, S. C., Barbara, G., Buurman, W., Ockhuizen, T., Schulzke, J., Serino, M., . . . Wells, J. M. (2014). Intestinal permeability – a new target for disease prevention and therapy. BMC Gastroenterology,14(1). doi:10.1186/s12876-014-0189-7

     

    Fukui, H. (2015). Gut-liver axis in liver cirrhosis: How to manage leaky gut and endotoxemia. World Journal of Hepatology, 7(3), 425. doi:10.4254/wjh.v7.i3.425

     

    Kennedy, P. J. (2014). Irritable bowel syndrome: A microbiome-gut-brain axis disorder? World Journal of Gastroenterology, 20(39), 14105. doi:10.3748/wjg.v20.i39.14105

     

    Lyon, M. R., & Laurell, G. C. (2002). Is your child’s brain starving?: Food, not drugs, for life and learning. Canada: Mind Pub.

     

    Marchesi, J. R., Adams, D. H., Fava, F., Hermes, G. D., Hirschfield, G. M., Hold, G., . . . Hart, A. (2015). The gut microbiota and host health: A new clinical frontier. Gut, 65(2), 330-339. doi:10.1136/gutjnl-2015-309990

     

    Wu, H., & Wu, E. (2012). The role of gut microbiota in immune homeostasis and autoimmunity. Gut Microbes, 3(1), 4-14. doi:10.4161/gmic.19320
    Leave a reply →

Leave a reply

Cancel reply

Photostream