logo

Contact Us

    • 07 FEB 17
    • 0
    ข้อเท็จจริงของคอเลสเตอรอล ความจริงที่คุณไม่รู้ ตอนที่ 1

    ข้อเท็จจริงของคอเลสเตอรอล ความจริงที่คุณไม่รู้ ตอนที่ 1

    บทความโดย รศ.พญ.ลำดวน วงศ์สวัสดิ์  ศูนย์การแพทย์บูรณาการ บางกอกเฮลธ์

    ในปัจจุบันเราคุ้นเคยรู้จักคอเลสเตอรอลกันเป็นอย่างดีว่ามีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดอุดตัน  ฉะนั้นจึงต้องมีการตรวจเช็คเลือดเป็นประจำเพื่อประเมินความเสี่ยงดังกล่าว   ขณะเดียวกันแพทย์จะแนะนำให้ทานยาลดคอเลสเตอรอลพร้อมติดตามผล และให้ทานยาต่อเนื่อง  ไม่บ่อยนักที่ผู้ป่วยจะได้หยุดทานยา แต่จะมีการเปลี่ยนยาเมื่อตรวจพบว่ายังมีระดับสูงและน้อยนักที่จะได้สอบถามผลข้างเคียงของยา ขณะเดียวกันเราไม่ทราบความคุ้มค่าประสิทธิภาพและประสิทธิผลของยาในการป้องกันโรคดังกล่าว

    คอเลสเตอรอล จัดเป็นไขมันประเภทหนึ่งที่เป็นไข (wax)ไม่เป็นมันและไม่ละลายในน้ำจัดเป็นสารสเตอรอล (Sterol)ที่มีความสำคัญต่อร่างกาย โดยเป็นโครงสร้างของผนังเซลล์ที่ช่วยควบคุมการไหลเข้าออกของสารละลายระหว่างเซลล์ และยังเป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มปลอกเส้นประสาท(Myelin Sheath)    นอกจากนี้คอเลสเตอรอลยังเป็นสารตั้งต้นของการสร้างกรดน้ำดี วิตามินดี และ ฮอร์โมนที่สำคัญของร่างกายได้แก่ ฮอร์โมนของต่อมหมวกไต Cortisol, Minerocorticoids ฮอร์โมนเพศ Estrogen และ Testosterone

    คอเลสเตอรอลมาจากไหน?

    คอเลสเตอรอลเป็นส่วนประกอบของทุกเซลล์ในร่างกายที่ร้อยละ 70 จะถูกสร้างมาจากตับ  และอีกร้อยละ 30ได้มาจากอาหาร คอเลสเตอรอลเป็นสารไม่ละลายน้ำจึงจับตัวกับไลโปโปรตีน (Lipoprotein) ไลโปโปรตีนหลักๆมีสองประเภทซึ่งทำหน้าที่แตกต่างกัน ชนิดแรกทำหน้าที่ลำเลียงคอเลสเตอรอลไปสู่เซลล์ต่างๆที่เราเรียกกันว่าLow Density Lipoprotein (LDL) ซึ่งเมื่อรวมกับคอเลสเตอรอลมักเรียกว่าคอเลสเตอรอลชนิดเลว ( LDL-C) และอีกประเภทจะนำคอเลสเตอรอลกลับมายังตับ High Density Lipoprotein (HDL) ที่รู้จักเป็นคอเลสเตอรอลดี (HDL-C)

    โดยธรรมชาติแล้วร่างกายจะมีกลไกที่คอยปรับให้มีระดับคอเลสเตอรอลให้อยู่ในระดับที่สมดุล ไม่มากหรือน้อยเกินโดยสำคัญมีกลไกปรับการสร้างให้มีระดับให้พอดีตามปริมาณของคอเลสเตอรอลจากการทาน  นั่นคือถ้ามีการทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลน้อย ร่างกายจะสร้างคอเลสเตอรอลเพิ่ม แต่ถ้ามีมาก การสร้างจะลดลงโดยผ่านกลไกของ LDL Receptor และ Sterol Regulating Element  Binding Protein (SREBP) ซึ่งถูกควบคุมด้วยยีนส์พันธุกรรม   นอกจากนี้คอเลสเตอรอลส่วนเกินจะถูกขับออกผ่านทางน้ำดีลงลำไส้ ผู้ที่มีคอเลสเตอรอลในเลือดต่ำคือผู้ที่มีการขาดอาหาร ทานไม่พอ โรคตับแข็ง ตับวายและจากการทานยาลดคอเลสเตอรอล  ขณะเดียวกันพบว่าค่าคอเลสเตอรอลสูงพบได้ในผู้ที่เป็นโรคไทรอยด์ต่ำ(Hypothyroid) โรคตับที่มีท่อน้ำดีตีบตัน ตลอดจนผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดีโรคไตและผู้ที่มีกรรมพันธุ์ในการสร้างคอเลสเตอรอลสูง

    คอเลสเตอรอลสูง

    Credit: Pressform.com

    คอเลสเตอรอลกับโรคหัวใจ

    สิ่งที่มักถูกเข้าใจผิดมากในปัจจุบัน คือคอเลสเตอรอลถูกจัดให้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดแข็งตัว (Artherosclerosis)  และเมื่อเกิดในเส้นเลือดเล็กๆ ทำให้เกิดภาวะเจ็บอก หัวใจขาดเลือด หัวใจวาย และสมองขาดเลือดเป็นอัมพาติ อัมพฤกษ์ สมองเสื่อมอัลไซเมอร์ได้    ความเข้าใจนี้เคยได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยหลากหลายในอดีต งานวิจัยแรกๆจากนักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซีย Nikolaj  Anitschkow ในปีคศ. 1913 พบว่าหลังจากที่ให้กระต่ายทานไข่แดงแล้วพบรอยไขมันคอเลสเตอรอลที่เส้นเลือดใหญ่  (Aorta) และขณะเดียวกัน มีงานวิจัยหลายชิ้นที่สนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่างการเสียชีวิตเนื่องมาจากโรคหัวใจกับปริมาณของไขมันในอาหาร  ซึ่งต่อมาพบว่าบทสรุปดังกล่าวไม่ถูกต้องและมีงานวิจัยจำนวนมากที่ไม่สนับสนุนแนวคิดดังกล่าว เช่น งานวิจัยของนายแพทย์  Michael Debakey วิเคราะห์คนไข้  1,700  คนที่มีเส้นเลือดแข็งตัว ว่าไม่มีความสัมพันธ์กับระดับคอเลสเตอรอลนอกจากนี้ยังพบว่าชาวเอสกิโมซึ่งทานเนื้อสัตว์ที่มีไขมันเป็นหลักกลับพบว่ามีอัตราการตายที่เกิดจากโรคหัวใจต่ำ และมีระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดต่ำกว่า 200 มก. ขณะเดียวกันพบว่า 66% ของผู้ที่ทานไข่เป็นประจำไม่พบการเพิ่มขึ้นของ LDL และ HDL และพบว่า 33% มีการเพิ่มของLDL และ HDL ในอัตราเท่าๆกัน ซึ่งไม่เพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจหลอดเลือด

    จากการศึกษาและวิจัยในปัจจุบันพบว่าสาเหตุของการแข็งตัวของเส้นเลือดเป็นผลมาจากการอักเสบเรื้อรัง Chronic Inflammation ในเส้นเลือด เริ่มจากการมีการกระตุ้นให้เกิดการอักเสบมีเกร็ดเลือดมาร่วมตัวกับกลุ่มของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด Monocyte มาทำหน้าที่เก็บของเสีย  (Macrophage) โดยดักเอาคอเลสเตอรอล ไฟบริน (fibrin) และ แคลเซียม (Calcium) ที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดให้มารวมตัวกันทำให้เส้นเลือดเกิดการแข็งตัวเป็นตะกรัน (Plaque)  ที่สำคัญพบว่า

    ไขมันอุดตันในเส้นเลือด

    Citation: FoxNews.com

    คอเลสเตอรอลที่ติดผนังหลอดเลือดส่วนใหญ่เป็นชนิดไลโปโปรตีนขนาดเล็ก ได้แก่ Oxidized Cholesterol และ Lipoprotein A   นอกจากนี้พบว่าสารที่กระตุ้นทำให้เกิดอักเสบได้แก่ น้ำตาล ไขมันทรานส์ สารพิษ สารเคมีจากยาฆ่าแมลง วัชพืช สารเคมีในยาย้อมผม โลหะหนัก ได้แก่ แคดเมี่ยม ปรอท ที่พบมากในผู้สูบบุหรี่ การติดเชื้อจากไวรัส แบคทีเรียจากเหงือก และลำไส้อักเสบ โดยเฉพาะที่เกิดมาจากภาวะลำไส้รั่ว  (Leaky Gut)  ขณะเดียวกัน Oxidized Cholesterol ที่พบในบริเวณที่มีการอักเสบของเส้นเลือดเป็นกรดไขมันที่พบในไขมันทรานส์  และแท้ที่จริงแล้วคอเลสเตอรอลจะช่วยสมานการอักเสบ  ยิ่งผนังเส้นเลือดอักเสบมาก ระดับคอเลสเตอรอลจะยิ่งสูง นอกจากนี้ปัจจัยอื่นที่บ่งชี้การแข็งตัวของเส้นเลือดได้แก่ การมี Homocystein สูง การขาดเกลือแร่ แมกนีเซียม ขาดวิตามินB12  B6 กรดโฟลิก Trimethyglycine และการขาดกรดไขมันที่จำเป็น

    จะเห็นได้ว่า คอเลสเตอรอลไม่ได้มีส่วนสำคัญในการทำให้เกิดหรือสัมพันธ์กับการเกิดเส้นเลือดแข็งตัวโดยตรง ในทางกลับกันพบว่าคอเลสเตอรอลนั้นเป็นตัวการสำคัญที่ช่วยเยียวยาการอักเสบในเส้นเลือดอย่างไรก็ตามการศึกษาความสัมพันธ์ของคอเลสเตอรอลที่มีต่อภาวะโรคเส้นเลือดไปเลี้ยงหัวใจตีบยังไม่สิ้นสุด และยังคงมีข้อมูลใหม่ๆเพิ่มเติมที่เราต้องติดตามกันต่อไป

    อ้างอิงจาก

    Bendsen, N. T., Christensen, R., Bartels, E. M., & Astrup, A. (2011). Consumption of industrial and ruminant trans fatty acids and risk of coronary heart disease: a systematic review and meta-analysis of cohort studies. European journal of clinical nutrition, 65(7), 773-783.

    Berger, S., Raman, G., Vishwanathan, R., Jacques, P. F., & Johnson, E. J. (2015). Dietary cholesterol and cardiovascular disease: a systematic review and meta-analysis. American Journal of Clinical Nutrition,102(2), 276-294. doi:10.3945/ajcn.114.100305

    Dixit, S., & Das, M. (2012). Fatty Acid Composition Including Trans‐Fatty Acids in Edible Oils and Fats: Probable Intake in Indian Population. Journal of food science, 77(10), T188-T199.

    Murray, M. T. (2013). Cholesterol and heart health: what the drug companies won’t tell you and your doctor doesn’t know: the natural solutions that can change your life. Coquitlam, BC: Mind Publishing.

    Souza, R. J., Mente, A., Maroleanu, A., Cozma, A. I., Ha, V., Kishibe, T., . . . Anand, S. S. (2015). Intake of saturated and trans unsaturated fatty acids and risk of all cause mortality, cardiovascular disease, and type 2 diabetes: systematic review and meta-analysis of observational studies. Bmj. doi:10.1136/bmj.h3978

    Thomas, P., & Mushtaq, S. (2013). Saturated fatty acid intake as a risk factor for cardiovascular disease in affluent, healthy Caucasian adults: a systematic review and meta-analysis. Proceedings of the Nutrition Society,72(OCE4). doi:10.1017/s0029665113002632

     

     

    Leave a reply →

Leave a reply

Cancel reply

Photostream